Q-CHANG for Business

Working Time: Mon - Fri 9:00 AM - 6:00 PM
Follow us:
ส่งอีเมล์

b2b.relations@q-chang.com

เบอร์โทรติดต่อ

02-821-6545

คู่มือรวมเรื่องควรรู้ก่อนรีโนเวทออฟฟิศ หมดปัญหางบบานปลาย

ทีมช่างใช้วัสดุที่เหมาะกับการรีโนเวทออฟฟิศ
สารบัญ

ในขณะที่หลาย ๆ องค์กรอาจมองว่าการรีโนเวทออฟฟิศเป็นแค่การปรับแต่งหรือแก้ไขบางอย่าง แต่ความจริงแล้ว ขั้นตอนรีโนเวทออฟฟิศคือกระบวนการที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งในเชิงการใช้พื้นที่ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาภายในองค์กร ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสม การออกแบบพื้นที่ทำงานให้ตอบโจทย์การใช้งาน การควบคุมค่าใช้จ่าย ไปจนถึงการเลือกผู้รับเหมาที่มีความเชี่ยวชาญ ล้วนมีส่วนช่วยให้การรีโนเวทออฟฟิศไปเป็นอย่างมีประสิทธิภาพและประสบผลสำเร็จ


5 ข้อควรรู้ก่อนรีโนเวทออฟฟิศ ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

การรีโนเวทเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยการวางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้พื้นที่ที่เหมาะสมและตอบโจทย์การใช้งานสูงสุด โดยก่อนรีโนเวทออฟฟิศ มีปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณา ดังนี้

1. กำหนดเป้าหมายของการรีโนเวท

การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญก่อนรีโนเวทออฟฟิศ ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถวางแผนและดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว เป้าหมายของการรีโนเวทออฟฟิศอาจรวมถึง

  • การเพิ่มพื้นที่ใช้งาน ปรับโครงสร้างภายในให้รองรับจำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้น หรือสร้างพื้นที่อเนกประสงค์สำหรับการทำงานร่วมกัน
  • การปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ทันสมัย ใช้วัสดุและดีไซน์ที่ช่วยสร้างบรรยากาศการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การปรับปรุงระบบไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศ เพื่อลดการใช้พลังงานและค่าใช้จ่ายระยะยาว

2. กำหนดงบประมาณและค่าใช้จ่ายรีโนเวทออฟฟิศ

งบประมาณเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลือกวัสดุ การออกแบบ และขอบเขตของงานรีโนเวท ดังนั้น ควรมีการวางแผนค่าใช้จ่ายรีโนเวทออฟฟิศอย่างละเอียด โดยเผื่อค่าใช้จ่ายสำรองประมาณ 10 – 20% ของงบประมาณทั้งหมด เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด ไม่ว่าจะเป็น

  • ค่าก่อสร้างและตกแต่ง เช่น การรื้อถอน การก่อสร้างใหม่ การทาสี และการติดตั้งเฟอร์นิเจอร์
  • ค่าวัสดุ เช่น พื้น ผนัง ฝ้าเพดาน และอุปกรณ์ตกแต่ง
  • ค่าแรงงานผู้รับเหมา ซึ่งอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับขนาดของโครงการ
  • ค่าขออนุญาตและตรวจสอบมาตรฐานอาคาร (ถ้ามี)

3. การเปรียบเทียบผู้รับเหมารีโนเวท

การเลือกผู้รับเหมาที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพและความสำเร็จของโครงการ ควรเปรียบเทียบผู้รับเหมารีโนเวทหลาย ๆ รายเพื่อหาตัวเลือกที่ดีที่สุด โดยพิจารณาจากปัจจัยต่อไปนี้

  • ผลงานที่ผ่านมาและประสบการณ์ในโครงการที่คล้ายคลึงกัน
  • รีวิวและคำแนะนำจากลูกค้าเดิม
  • รายละเอียดของใบเสนอราคา ควรครอบคลุมขอบเขตงาน วัสดุที่ใช้ ระยะเวลาการทำงาน และเงื่อนไขการชำระเงิน
  • ความสามารถในการทำงานตามกำหนดเวลาและงบประมาณที่ตั้งไว้

4. การเลือกวัสดุที่เหมาะกับการรีโนเวทออฟฟิศ

วัสดุที่ใช้ในการรีโนเวทมีผลต่อความทนทานและบรรยากาศของออฟฟิศ ดังนั้น ควรเลือกวัสดุให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน เช่น

  • พื้นไม้ลามิเนตหรือกระเบื้องไวนิล สำหรับผู้ที่ต้องการความสวยงามและดูแลรักษาง่าย
  • ผนังกันเสียง เหมาะสำหรับห้องประชุมและพื้นที่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว
  • กระจกโปร่งแสง ช่วยเพิ่มแสงธรรมชาติ ลดการใช้ไฟฟ้า และทำให้พื้นที่ดูกว้างขึ้น
  • สีทาภายในที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดสารระเหยที่อาจก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคือง

5. การประเมินข้อกำหนดทางกฎหมายและข้อบังคับอาคาร

ก่อนรีโนเวทออฟฟิศ ควรตรวจสอบข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้แน่ใจว่าโครงการดำเนินไปตามกฎระเบียบที่กำหนด ซึ่งรวมถึง

  • การขออนุญาตก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของอาคาร เช่น ระบบป้องกันอัคคีภัยและทางหนีไฟ
  • ข้อบังคับของอาคารชุดหรือสำนักงานให้เช่า (หากออฟฟิศตั้งอยู่ในคอนโดมิเนียม) เช่น การกำหนดเวลาในการดำเนินงานก่อสร้าง
ก่อนรีโนเวทออฟฟิศ ควรสำรวจพื้นที่ดั้งเดิมเพื่อหาจุดที่ต้องการปรับปรุง

6 ขั้นตอนรีโนเวทออฟฟิศ ให้ได้พื้นที่ทำงานใหม่ที่ทั้งสวยและตอบโจทย์

1. สำรวจและวิเคราะห์พื้นที่

ก่อนรีโนเวทออฟฟิศ การตรวจสอบพื้นที่เดิมเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ เพื่อให้ทราบถึงข้อจำกัดและแนวทางการปรับปรุง โดยต้องพิจารณาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบไฟฟ้า ระบบประปา การระบายอากาศ และความแข็งแรงของอาคาร หากเป็นอาคารเก่า ควรมีการประเมินสภาพโครงสร้างโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง

2. ออกแบบและวางแผนโครงสร้าง

การออกแบบออฟฟิศควรคำนึงถึงการใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาจใช้ซอฟต์แวร์ 3D หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบภายใน เพื่อให้ได้แบบที่ตอบโจทย์ความต้องการขององค์กร เช่น การออกแบบพื้นที่แบบเปิด (Open Space) เพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกัน หรือการแบ่งโซนให้เหมาะสมกับแต่ละแผนก ที่สำคัญ ควรเลือกใช้วัสดุที่เหมาะกับการรีโนเวทออฟฟิศ มีคุณภาพ ทนทาน และตอบโจทย์การใช้งานในระยะยาว

3. จัดทำแผนงบประมาณและกำหนดระยะเวลา

การรีโนเวทออฟฟิศจำเป็นต้องมีการวางแผนงบประมาณอย่างละเอียด โดยต้องคำนวณค่าใช้จ่ายรีโนเวทออฟฟิศในแต่ละส่วน เช่น ค่าแรง ค่าวัสดุ ค่าออกแบบ และค่าติดตั้งระบบต่าง ๆ นอกจากนี้ ควรมีการกำหนดระยะเวลาการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอนการรีโนเวทออฟฟิศอย่างชัดเจน เพื่อให้โครงการเสร็จสิ้นตามกำหนดและลดผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ

4. ขอใบอนุญาตและดำเนินการก่อสร้าง

หากขั้นตอนการรีโนเวทออฟฟิศมีการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างอาคาร เช่น การรื้อถอนผนังหรือการต่อเติม จำเป็นต้องขอใบอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ควรแจ้งการรีโนเวทแก่เจ้าของอาคารหรือฝ่ายบริหารอาคารเพื่อป้องกันปัญหาด้านกฎหมาย พร้อมปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

5. ดำเนินงานก่อสร้างและติดตั้งระบบต่าง ๆ

ขั้นตอนการรีโนเวทครอบคลุมการรื้อถอนโครงสร้างเดิม การก่อสร้างใหม่ และการติดตั้งระบบสำคัญ เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบประปา ระบบปรับอากาศ ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต หรือระบบรักษาความปลอดภัย โดยควรมีการตรวจสอบความเรียบร้อยของงานก่อสร้างในแต่ละเฟส เพื่อให้แน่ใจว่าเป็นไปตามแบบแปลนและมาตรฐานที่กำหนด

6. ตรวจสอบและปรับแก้ก่อนส่งมอบงาน

ก่อนส่งมอบงาน ควรมีการตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของดีไซน์หรือการทำงานของระบบต่าง ๆ เช่น ระบบแสงสว่าง ระบบปรับอากาศ ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

ก่อนรีโนเวทออฟฟิศ ควรตรวจสอบกับทางผู้รับเหมาะว่าสีทาภายในที่ใช้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือไม่

ข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยงในการรีโนเวท เช็กเลยก่อนรีโนเวทออฟฟิศ!

  • ไม่คำนึงถึงฟังก์ชันการใช้งานในระยะยาว บางครั้ง การออกแบบออฟฟิศอาจเน้นความสวยงามมากกว่าฟังก์ชันการใช้งาน ซึ่งทำให้เกิดปัญหาภายหลัง หากจะให้ดีที่สุด ควรเลือกการออกแบบที่รองรับการขยายตัวของธุรกิจและการใช้งานที่สะดวกสบายเป็นหลัก
  • เลือกผู้รับเหมาจากราคาเพียงอย่างเดียว การเลือกผู้รับเหมาที่เสนอราคาต่ำสุดอาจไม่ใช่ทางเลือกที่คุ้มค่าที่สุด แต่ควรพิจารณาคุณภาพงาน ความน่าเชื่อถือ และประสบการณ์ของผู้รับเหมาควบคู่ไปกับราคาด้วย
  • ไม่คำนึงถึงระบบระบายอากาศที่เหมาะสม ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพอากาศภายในออฟฟิศ ทำให้พนักงานรู้สึกอึดอัดและส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน ฉะนั้น ควรให้ความสำคัญกับการติดตั้งระบบระบายอากาศที่มีประสิทธิภาพ และเลือกใช้เครื่องปรับอากาศที่ช่วยลดความชื้นและกรองอากาศได้ดี
ขั้นตอนรีโนเวทออฟฟิศที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยให้ได้ออฟฟิศใหม่ที่ตอบโจทย์การใช้งาน

สรุป

ขั้นตอนรีโนเวทออฟฟิศไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ แต่เป็นการปรับปรุงพื้นที่ให้รองรับการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงาน ตลอดจนเพิ่มความพึงพอใจของพนักงาน ซึ่งสิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนรีโนเวทออฟฟิศคือการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน คำนวณงบประมาณให้รอบคอบ คัดเลือกผู้รับเหมาที่มีความน่าเชื่อถือ และเลือกใช้วัสดุที่เหมาะสมกับลักษณะการใช้งาน เพื่อให้การรีโนเวทครั้งนี้เป็นการลงทุนที่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างแท้จริง

หากคุณกำลังมองหาบริการรีโนเวทออฟฟิศที่มีคุณภาพ Q-CHANG for Business พร้อมดูแลคุณด้วยบริการครบวงจร ทั้งงานออกแบบ งานรื้อ งานก่อสร้าง งานระบบ และงานติดตั้ง โดยทีมงานมืออาชีพที่จะคอยดูแลและให้คำปรึกษาตั้งแต่เริ่มต้นจนส่งมอบงาน รับประกันผลงานการติดตั้งนานถึง 1 ปี ติดต่อเราได้เลยวันนี้ เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ทำงานของคุณให้ตอบโจทย์ทั้งฟังก์ชันและความสวยงาม หากสนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Contact

LINE OA : @qchangforbusiness หรือคลิก https://lin.ee/RZPKb1u 

Website : https://biz.q-chang.com 

Tel : 02-821-6545

Related Posts