สำหรับการดำเนินกิจการในภาคอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรม การจัดให้มีการตรวจไฟฟ้าประจำปี ถือเป็นวาระสำคัญที่ผู้ประกอบการทราบดีว่าต้องดำเนินการเป็นประจำทุกปีตามที่กฎหมายไฟฟ้า กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2569 ความเข้มงวดของพนักงานตรวจความปลอดภัยและการอัปเดตกฎหมายใหม่ในช่วงปี 2567 ที่ผ่านมา ทำให้มาตรฐานการตรวจสอบแบบเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไปการอัปเดตข้อมูลและเตรียมความพร้อมให้สอดคล้องกับกฎหมายการตรวจไฟฟ้าประจำปีฉบับล่าสุด จึงไม่ใช่เพียงเพื่อหลีกเลี่ยงโทษปรับเท่านั้น แต่คือการยืนยันความปลอดภัยสูงสุดของสถานประกอบการในระยะยาว เพื่อป้องกันความสูญเสียจากอัคคีภัยที่อาจทำลายทั้งทรัพย์สินและชื่อเสียงขององค์กรอย่างประเมินค่าไม่ได้
ทำไมการตรวจสอบระบบไฟฟ้าประจำปีถึงต้องทำอย่างต่อเนื่อง?
แม้ว่าสถานประกอบการของคุณจะมีการบำรุงรักษาเบื้องต้นอยู่บ้าง แต่ระบบไฟฟ้าคือโครงสร้างพื้นฐานที่มีการเสื่อมสภาพอยู่ตลอดเวลาตามชั่วโมงการใช้งาน การจัดให้มีการตรวจสอบไฟฟ้าประจำปีตามกฎหมายอย่างต่อเนื่องทุกปีจึงมีความสำคัญในเชิงบริหารจัดการ ดังนี้

- เฝ้าระวังการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์: อุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น ฉนวนสายไฟ หรือเซอร์กิตเบรกเกอร์ มีอายุการใช้งานที่จำกัด และการตรวจสอบทุกปีจะช่วยให้พบสัญญาณการเสื่อมสภาพ ก่อนที่จะเกิดความล้มเหลวของระบบ
- ป้องกันการเกิดจุดร้อนสะสม: จุดเชื่อมต่อไฟฟ้าสามารถคลายตัวได้จากความสั่นสะเทือนของเครื่องจักรหรือความร้อนจากการใช้งานหนัก การตรวจด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อนเป็นประจำทุกปีจะช่วยยืนยันความปลอดภัย ในจุดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
- รองรับการเปลี่ยนแปลงของโหลดไฟฟ้า: ในรอบปีธุรกิจอาจมีการเพิ่มเครื่องจักร เปลี่ยนขนาดแอร์ หรือปรับปรุงพื้นที่ การตรวจประจำปีช่วยยืนยันว่าระบบไฟฟ้าเดิมยังสามารถรองรับโหลดที่เปลี่ยนไปได้อย่างปลอดภัยโดยไม่เกิดสภาวะ Overload
- รักษามาตรฐานความคุ้มครองทางประกันภัย: บริษัทประกันภัยส่วนใหญ่กำหนดให้การตรวจสอบไฟฟ้าประจำปี เป็นเงื่อนไขสำคัญในการพิจารณาสินไหม หากขาดความต่อเนื่องในการตรวจรับรอง อาจส่งผลต่อความน่าเชื่อถือในการเคลมประกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
- ลดค่าใช้จ่ายแฝงและค่าเสียโอกาส: การตรวจพบปัญหาเล็กน้อยและแก้ไขได้ทันเวลา มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการรอให้เกิดความเสียหายหนักจนต้องหยุดสายการผลิตกะทันหัน
ตรวจไฟฟ้าประจำปีกฎหมายฉบับไหนบังคับใช้กับธุรกิจคุณ?
กฎหมายที่กำกับการตรวจสอบไฟฟ้าถูกออกแบบมาเพื่อครอบคลุมสถานประกอบการทุกประเภท โดยมี 3 ฉบับหลักที่ผู้ประกอบการต้องทราบดังนี้
1. กฎหมายตรวจไฟฟ้า กรมโรงงานอุตสาหกรรม (ฉบับปี 2550 และอัปเดตปี 2567)
หากธุรกิจของคุณถูกจดทะเบียนเป็นโรงงาน คุณมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม กฎกระทรวงกำหนดมาตรการความปลอดภัยเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าในโรงงาน พ.ศ. 2550 ซึ่งกำกับดูแลโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม (DIW) โดยตรง
- เงื่อนไขการบังคับใช้: ครอบคลุมโรงงานจำพวกที่ 2 และ 3 (ที่มีเครื่องจักรตั้งแต่ 50 แรงม้าขึ้นไป หรือมีคนงานตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป)
- ข้อกำหนดสำคัญ: บังคับให้ผู้ประกอบกิจการโรงงานต้องจัดให้มีการตรวจสอบระบบไฟฟ้าและรับรองความปลอดภัย เป็นประจำทุกปีโดยต้องตรวจสอบทั้งระบบการส่งจ่ายไฟฟ้า แผงเมนสวิตช์ MDB และสายดิน
- การจัดการแบบแปลน: กฎหมายระบุให้ต้องมีแผนผังวงจรไฟฟ้าที่เป็นปัจจุบันสอดคล้องกับหน้างานจริงเสมอ หากมีการเพิ่มเครื่องจักรใหม่ต้องทำการอัปเดตแบบแปลนทันที
- กฎหมายอัปเดตปี 2567: ตามประกาศกรมโรงงานฯ เรื่องการแสดงใบอนุญาตและผลตรวจสอบทางอิเล็กทรอนิกส์ คุณสามารถจัดเก็บรายงานการตรวจในรูปแบบดิจิทัล เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ผ่านระบบ Digital Factory (i-Industry) ได้ทันที

2. กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558
สำหรับสถานประกอบกิจการทั่วไปที่ไม่ใช่โรงงาน เช่น อาคารสำนักงาน, ห้างสรรพสินค้า, โรงแรม หรือโรงพยาบาล จะถูกกำกับดูแลโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ภายใต้พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554
- หน้าที่ของนายจ้าง: ต้องจัดให้มีการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าและบริภัณฑ์ไฟฟ้า (อุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ) ให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยและพร้อมใช้งานเสมอ
- เงื่อนไขการตรวจสอบ: การตรวจสอบต้องดำเนินการโดยวิศวกรไฟฟ้าวิชาชีพ ที่ได้รับใบอนุญาตควบคุม (ใบ กว.) และต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบตามมาตรา 9 หรือ 11 แห่ง พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ
- มาตรฐานที่ใช้: บังคับให้การติดตั้งและอุปกรณ์ไฟฟ้าต้องเป็นไปตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.)
3. ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (ว่าด้วยแบบ สอ.1)
นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดในกระบวนการแจ้งผลต่อภาครัฐ เพื่อยืนยันว่าคุณได้ทำตาม กฎหมายการตรวจไฟฟ้าประจำปีเรียบร้อยแล้ว
- การแจ้งผลการตรวจสอบ: เมื่อวิศวกรทำการตรวจสอบเสร็จสิ้น นายจ้างต้องจัดทำบันทึกผลตาม แบบ สอ.1 (แบบบันทึกผลการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้า)
- เงื่อนไขด้านเวลา: กฎหมายระบุให้ต้องแจ้งผลต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ดำเนินการตรวจสอบเสร็จสิ้น
- ระบบรายงานออนไลน์: ปัจจุบันสามารถดำเนินการส่งรายงานผ่านระบบ e-Service เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว
ข้อกำหนดการตรวจไฟฟ้าประจำปี และเงื่อนไขที่ผู้ประกอบการต้องตรวจสอบ
เพื่อให้การตรวจสอบไฟฟ้าได้ผลลัพธ์ที่ดี อย่าลืมตรวจสอบความเรียบร้อยตาม ข้อกำหนดและเงื่อนไขในการตรวจไฟฟ้าประจำปี ดังนี้

1. เช็กคุณสมบัติของผู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้า
ยืนยันว่าวิศวกรไฟฟ้ามีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ (ใบ กว.) ที่ไม่หมดอายุ และมีการขึ้นทะเบียนผู้รับรองความปลอดภัยอย่างถูกต้อง เพื่อให้ลายเซ็นในรายงานมีผลบังคับใช้
2. การตรวจสอบมาตรฐานเครื่องมือวัด
ตรวจสอบว่าทีมงานใช้เครื่องมือที่ผ่านการสอบเทียบ (Calibration) และมีการทำ Thermoscan ไหม เพราะในการตรวจสอบไฟฟ้าประจำปี ประโยชน์ที่คุณจะได้รับสูงสุดคือความแม่นยำในการป้องกันอัคคีภัย
3. การจัดเตรียมเอกสารทางวิศวกรรม
ผู้ประกอบการมีหน้าที่เตรียมแผนภาพเส้นเดี่ยว (Single Line Diagram) ที่เป็นปัจจุบัน หากมีการเพิ่มเครื่องจักรในรอบปี ต้องแจ้งให้มีการอัปเดตแบบแปลนให้ตรงกับหน้างานจริงเสมอ
บทลงโทษหากละเลยการตรวจสอบไฟฟ้าประจำปีตามกฎหมาย
การเพิกเฉยต่อความปลอดภัยด้านไฟฟ้าไม่เพียงแต่ส่งผลต่อสวัสดิภาพของบุคลากร แต่ยังมีโทษทางกฎหมายที่รุนแรง ดังนี้
- โทษปรับทางอาญา: นายจ้างที่ไม่จัดให้มีการตรวจสอบระบบไฟฟ้าตามมาตรฐานที่กำหนด มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 400,000 บาท
- โทษจำคุก: ในกรณีที่มีความผิดร้ายแรงหรือเพิกเฉยต่อคำสั่งเจ้าพนักงาน นายจ้างอาจมีโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ
- การสั่งระงับกิจการ: พนักงานตรวจความปลอดภัยมีอำนาจตามกฎหมายในการสั่งให้หยุดการใช้งานเครื่องจักร หรือ สั่งปิดสถานประกอบการชั่วคราวเพื่อปรับปรุงระบบไฟฟ้าให้ปลอดภัยก่อนอนุญาตให้ดำเนินกิจการต่อ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
หากโรงงานเพิ่งเริ่มประกอบกิจการ ต้องตรวจไฟฟ้าประจำปีทันทีเลยไหม?
ตามกฎหมายกรมโรงงานฯ ต้องจัดให้มีการตรวจสอบและรับรองระบบไฟฟ้าครั้งแรกภายใน 1 ปี นับจากวันที่เริ่มประกอบกิจการ และต้องดำเนินการต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี
การตรวจสแกนความร้อนจำเป็นต้องทำทุกจุดหรือไม่?
วิศวกรจะเน้นตรวจจุดเสี่ยงสำคัญ เช่น ตู้แผงสวิตช์ประธาน (MDB) ตู้ควบคุมเครื่องจักร และจุดต่อสายขนาดใหญ่ เพราะจุดเหล่านี้หากเกิดความร้อนสะสมเพียงจุดเดียว อาจนำไปสู่อัคคีภัยได้ทั้งอาคาร
รายงาน สอ.1 มีอายุการใช้งานกี่ปี?
รายงานมีอายุ 1 ปี ครับ และผู้ประกอบการต้องจัดเก็บทั้งตัวเล่มรายงานและใบตอบรับจากระบบ e-Service ไว้ที่สถานประกอบการ (หรือจัดเก็บในรูปแบบดิจิทัล) เพื่อพร้อมแสดงต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยเมื่อมีการเข้าสุ่มตรวจ
บทสรุป
กฎหมายไฟฟ้าประจำปีที่กล่าวมาข้างต้น ไม่ได้เป็นเพียงข้อบังคับที่ต้องปฏิบัติตามเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญ ในการสร้างระบบบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพสูงสุดให้กับธุรกิจของคุณ การเลือกใช้บริการจาก Q-CHANG for Business จะช่วยให้ผู้ประกอบการมั่นใจได้ในมาตรฐานการทำงานระดับมืออาชีพ โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่มี หนังสือรับรองความรู้ความสามารถจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อให้ทุกขั้นตอนการตรวจสอบเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัยที่สุด
เราพร้อมส่งมอบการดูแลแบบครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการเข้าสำรวจหน้างาน การตรวจสอบสภาพระบบไฟฟ้าอย่างละเอียดเชิงวิศวกรรม ไปจนถึงการให้คำแนะนำในการดูแลรักษาที่ถูกต้อง และหากท่านเผชิญปัญหาไฟฟ้าขัดข้อง หรือต้องการปรับปรุงระบบไฟฟ้าเพื่อให้รองรับการขยายตัวของธุรกิจ ทีมช่างของเราก็พร้อมเข้าดูแลและจบปัญหางานไฟฟ้าได้อย่างตรงจุด เพื่อให้สถานประกอบการดำเนินต่อได้อย่างราบรื่นและมั่นคงในระยะยาว
Contact
LINE OA : @qchangforbusiness หรือคลิก https://lin.ee/RZPKb1u
Website : https://biz.q-chang.com
Tel : 02-821-6545
รายการอ้างอิง:
กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า พ.ศ. 2558. (2558, 6 กุมภาพันธ์). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 132 ตอนที่ 7 ก. หน้า 1-7. https://drive.google.com/file/d/1fv-d0tW9YJLzz5MCmIkr8QFdhOioPWxt/view
กฎกระทรวงกำหนดมาตรการความปลอดภัยเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าในโรงงาน พ.ศ. 2550. (2550, 4 กรกฎาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 124 ตอนที่ 31 ก. หน้า 1-13. https://www.diw.go.th/webdiw/wp-content/uploads/2021/07/law-fac-saft-16072550.pdfพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554. (2554, 17 มกราคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 128 ตอนที่ 4 ก. หน้า 5-32. https://www.tosh.or.th/images/file/2016/osh-act.b.e.2554.pdf